English
Vaccine price list
Malaria checking
Contact us
Search in this site
Share this site on facebook
Facebook Image
........ ........

 โรคพยาธิตัวจี๊ด

เรียบเรียงโดย      ผู้ช่วยศาสตราจารย์พารณ  ดีคำย้อย                                            
                           รองศาสตราจารย์พิเศษวรรณา   ไมพานิช                                            
                           รองศาสตราจารย์ชูเกียรติ  ศิริวิชยกุล                                           
                           รองศาสตราจารย์วิชิต   โรจน์กิตติคุณ             
จัดทำโดย              คณะกรรมการแผ่นพับเพื่อการประชาสัมพันธ์                                                       คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

Gnathostomiasis1

สาเหตุของโรค
                 โรคพยาธิตัวจี๊ดมีสาเหตุมาจากพยาธิตัวกลมที่ชื่อเรียกว่า พยาธิตัวจี๊ด  และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า แนธโธสโตมา สไปนิจิรัม ( Gnathostoma spinigerun )

พยาธิมีรูปร่างลักษณะอย่างไร
                 ตัวเต็มวัยของพยาธิทั้งตัวผู้และตังเมียยาวประมาณ 1.5 -3.0  ซม. มีลักษณะลำตัวกลมยาว หัวคล้ายลูกฟักทอง ทั้งหัวและตัวของพยาธิพวกนี้จะมีหนาม ตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิมีลักษณะคล้ายพยาธิตัวเต็มวัย แต่มีหนามน้อยกว่าและมีขนาดเล็กมาก มักจะพบขดตัวอยู่ในถุงหุ้มซึ่งฝังตัวอยู่ในเนื้อของสัตว์พาหะ  ส่วนพยาธิที่พบในคนจะเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ และมีขนาดยาวประมาณ 0.4 – 0.9 ซม.

แหล่งระบาดของพยาธิและโรค
                 ในประเทศไทยมีสัตว์ประมาณ 48 ชนิดที่ตรวจพบว่ามีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิตัวจี๊ดอยู่ ได้แก ปลาน้ำจืด เช่น ปลาไหล ปลาช่อน ปลาดุก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู ตะกวาด สัตว์ปีก เช่น นกกินปลาชนิดต่าง ๆ รวมทั้งเป็ดและไก่  สัตว์ฟันแทะ เช่น หนูพุก หนูท้องขาว กระแต ส่วนสัตว์ที่เป็นรังโรคพยาธิตัวจี๊ดมีหลายชนิด เช่น สุนัข แมว เสือ
จากการสำรวจปลาไหลในเขตภาคกลางของประเทศไทย พบว่ามีการแพร่กระจายของพยาธิตัวจี๊ดในหลายจังหวัด เช่น นครนายก ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ราชบุรี สระบุรี ลพบุรี เป็นต้น  อาหารที่ปรุงแบบสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารหมักที่ทำจากปลาน้ำจืด เช่น ส้มฟัก ปลาร้า ปลาเจ่า หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ อาจพบว่ามีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิตัวจี๊ดอยู่เช่นกัน.

gnathostomiasis2



วงจรชีวิต
                  ตัวเต็มวัยของพยาธิตัวจี๊ดทั้งตัวผู้และตัวเมีย  อาศัยอยู่ในผนังกระเพาะอาหารของสุนัขและแมว  หลังจากพยาธิผสมพันธุ์แล้ว พยาธิตัวเมียจะออกไข่ซึ่งจะปนออกมากับอุจจาระของสัตว์เหล่านี้ เมื่อไข่ลงน้ำจะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1  เมื่อตัวกุ้งไร ( Cyclops ) กินตัวอ่อนระยะนี้ จะเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะที่ 2 และระยะที่3 ขั้นเริ่มต้น  เมื่อปลากินกุ้งไรที่ตัวอ่อนระยะนี้  พยาธิจะเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3  ขั้นสุดท้ายซึ่งเป็นระยะติดต่อ  ถ้าสุนัขหรือแมวกินปลานี้เข้าไป พยาธิก็จะเจริญเป็นตัวเมียเต็มวัยในผนังกระเพาะอาหาร  แต่ถ้าคนกินปลาซึ่งมีพยาธิระยะติดต่อเข้าไป พยาธิก็จะคืบคลานหรือไชไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ยังไม่มีรายงานว่าพบพยาธินี้เจริญเป็นตัวตัวเต็มวัยจนสามารถออกไข่ได้ในคน.

gnathostomiasis3


การติดต่อ
                   โรคที่เกิดจากพยาธิตัวจี๊ด  สามารถเป็นได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยการกินตัวอ่อนระยะติดต่อที่ปะปนอยู่ในเนื้อสัตว์  โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก หรืออาจติดต่อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์โดยไชผ่านทางรก  นอกจากนี้พยาธิยังสามารถไชเข้าทางผิวหนัง โดยเฉพาในคนบางกลุ่มที่ใช้เนื้อสัตว์สด ๆ เช่น กบ ปลา มาพอกแผลเพื่อให้หายเร็วขึ้น.

อาการ
                    อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ  อาการที่เกิดจากพยาธิไชอยู่ใต้ผิวหนัง  ตามลำตัว แขน ขา และบริเวณใบหน้า ทำให้บวม  แดงบริเวณนั้นหรือเห็นเป็นรอยทางแดง ๆ ตามแนวที่พยาธิไชผ่าน  อาการบวมแดงนี้  จะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วจะหายไปเองแม้ไม่ได้รับการรักษา หลังจากนั้นอาจจะบวมขึ้นมาใหม่ในบริเวณอื่นใกล้ ๆ กัน แถบเดียวกัน  บางครั้งทำให้เกิดเป็นก้อนคล้ายเนื้องอกตามอวัยวะต่าง ๆ นอกจากที่ผิวหนังแล้ว  พยาธิอาจไชไปอวัยวะที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ตา ปอด กระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะถ้าไปที่สมองจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง  คลื่นไส้  อาเจียน คอแข็ง ปวดตามเส้นประสาท

การวินิจฉัย
                    การจะบอกว่าเป็นโรคพยาธิตัวจี๊ดแน่นอน  ต้องตรวจพบตัวพยาธิ  ซึ่งอาจจะไชออกมาทางผิวหนังเอง  แต่โดยทั่วไปมักไม่พบพยาธิแม้จะผ่าเข้าไปข้างในบริเวณที่บวม  ดังนั้นการที่จะบิกว่าเป็นโรคนี้  จึงมักดูจากอาการของโรคว่ามีอาการเจ็บ ปวด บวม เคลื่อนที่ได้ และพฤติกรรมการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรือไม่  และเจาะเลือดหรือน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจด้วยวิธีทางอิมมิวโนวินิจฉัย

การรักษา
                   ควรพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันว่าเป็นพยาธิตัวจี๊ดจริง และพิจารณาให้ใช้ยารักษาพยาธิที่เหมาะสม

 

 สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับโรคพยาธิ

 

worms

 เรียบเรียงโดย      ผู้ช่วยศาสตราจารย์พารณ  ดีคำย้อย 
                           รองศาสตราจารย์พิเศษวรรณา   ไมพานิช 
 จัดทำโดย  คณะกรรมการแผ่นพับเพื่อการประชาสัมพันธ์ 
                  คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิ

พยาธิ คืออะไร
        
พยาธิคือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ คอยแย่งอาหาร หรือดูดเลือดและมักจะ ทำให้เกิดอันตรายต่อคนหรือสัตว์ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่มันอาศัยอยู่ พยาธิมีมากมายหลายชนิดแตกต่างกัน นอกจากนี้เราสามารถพบระยะต่าง ๆ ของพยาธิปะปนอยู่ในธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของมัน เช่น ในดิน พื้นหญ้า ในน้ำ ในเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ พืชผักต่าง ๆ น้ำดื่ม และในแมลงพาหนะนำโรคหลายชนิด

พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร
          พยาธิสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้หลายทางที่สำคัญคือ ทางปาก เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิแส้ม้า พยาธิตัวตืดชนิดต่าง ๆ พยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ลำไส้บางชนิด พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ปอด และพยาธิหอยโขง ทางผิวหนัง เช่น พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย ทางสายรกในครรภ์ เช่น พยาธิตัวจี๊ด

จะรู้อย่างไรว่าเป็นโรคพยาธิ
            เมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติของร่างกาย เช่น หิวบ่อย และทานอาหารมาก น้ำหนักลด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย เจ็บและบวมตามผิวหนัง เจ็บแน่นหน้าอก ไอเป็นเลือด แพ้และมีผื่นคันหรือเป็นแนวแดง ๆ บนผิวหนัง มีตุ่มนูนจำนวนมากขึ้นตามผิวหนัง เป็นไข้ ปวดเหมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค ควรนำอุจจาระหรือเสมหะ หรือสิ่งที่สงสัยว่าเป็นพยาธิใส่ภาชนะที่สะอาด มาด้วย โดยอาจจะมาตรวจที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล หรือโรงพยาบาลอื่น ก็ได้

Tapeworm

อันตรายที่เกิดจากโรคพยาธิ
                  พยาธิทำอันตรายต่อสุขภาพ แย่งอาหาร ทำให้ร่างกายทรุดโทรม มีอาการแพ้ต่อสารที่ขับออกมาจากตัวพยาธิ ทำลายสุขภาพจิต เป็นอัมพาต และอาจถึงแก่ชีวิตได้สิ้นเปลืองเงินค่ารักษา
                    อาการของโรคพยาธิ  ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด จำนวนและตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่  รวมไปถึงระยะเวลาในการเป็นโรคว่านานเท่าไร เช่น คนที่เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับที่มีพยาธิจำนวนน้อยผู้ป่วยจะไมค่อยมีอาการ แต่ถ้ามีพยาธิจำนวนมากผู้ป่วยจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เบื่ออาหาร เจ็บบริเวณตับ ผอมซีด หากไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการรุนแรงขึ้น โดยมีอาการตัวเหลือง ตับแข็ง ท้องมาน และอาจเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

 

 

 การป้องกันโรคพยาธิ                    

  • รับประทานอาหารที่สุก สะอาด
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
  • เก็บอาหารให้ปลอดจากแมลงและสัตว์พาหนะโรค
  • สวมใส่รองเท้าทุกครั้งเมื่ออกจากบ้าน
  • ถ่านอุจจาระลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
  • ป้องกันตนเองจากการกัดของแมลงพาหะ
  • รักษาความสะอาดในบ้านและรอบบ้านให้สะอาด
  •  

     

     
    The Responsible Traveler
    Seven Tips for Responsible Travel
    (from the International Society of Travel Medicine www.istm.org)

    Be informed. Travel allows us to discover natural beauties, historical sites and above all the diversity of other societies and people. Be an informed traveler before leaving home and discover what the people you’ll meet at your destination can leach you.

    Be open-minded and patient. Experience other cultures and lifestyles.

    Be respectful. Local people welcome you. Show them gratitude and respect. Respect also local customs: the way you dress. Be – havior in religious sites, displays of affection.

    Avoid exploitation. As travelers we are perceived as rich. Be generous in a constructive way by promotion the local economy. Avoid and denounce exploitation of the local people (c.g., low salaries, overwork. child abuse and sex)

    Protect the environment. Avoid overuse of water, wasting food. Littering and damaging sites.

    Leave a good impression. A positive experience with local people will pave the way for those coming after you leave.

    Respect and mutual discovery will make your trip a wonderful experience and will promote your security and your health too! So enjoy yourself and have a good trip!

     

               การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง

            การท่องเที่ยวและการเดินทางเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกมากอย่างหนึ่ง เราจะได้เดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ สัมผัสกับบรรยากาศ ความสวยงามของธรรมชาติและได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ การเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกลนับว่าเป็นกำไรของชีวิต นำมาซึ่งประสบการณ์ ความประทับใจที่ยากจะลืม

          โดยปกติแล้วก่อนการเดินทาง เราจะต้องมีการเตรียมตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าวางแผนว่าจะไปกับใคร ไปที่ไหน ไปอย่างไร จะไปกี่วัน นอนค้างที่ไหนบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราปฏิบัติกันจะเคยชินอยู่แล้ว แต่การเตรียมตัวในแง่สุขภาพล่ะ คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร

            ก่อนอื่นเราต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ก่อนการเดินทาง เนื่องจากการเดินทางของเราต้องไปพบไปสัมผัสกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ทั้งในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในสภาพอากาศที่อาจแตกต่างจากที่เราเคยอยู่อาศัย ทำให้เสี่ยงต่อการไม่สบายได้ ในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเมื่อจะเดินทางโดยเฉพาะไปในต่างประเทศหรือไปเป็นระยะเวลานาน และต้องเตรียมยาประจำตัวไปด้วยเสมอ

            อันดับต่อมาต้องหาข้อมูลถึงสถานที่หรือประเทศที่เราจะเดินทางไป เนื่องจากในบางประเทศจะมีโรคติดเชื้อเฉพาะถิ่นอยู่ เช่นไข้เหลืองจะพบในประเทศในแถบแอฟริกาและอเมริกาใต้ จำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันก่อน โรคมาลาเรียเองก็เป็นปัญหาที่สำคัญในประเทศแถบแอฟริกา,อเมริกาใต้,เอเซียและประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก จำเป็นต้องรู้จักวิธีป้องกันมาลาเรียที่ถูกต้อง ส่วนในประเทศไทยเองสามารถอ่านความรู้เรื่องมาลาเรียและการป้องกันได้ที่นี่

            สำหรับในผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบแอฟริกา ,อเมริกาใต้และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกควรจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง รวมถึงผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพเช่น มีโรคประจำตัว หรือต้องเดินทางไปในที่ทุรกันดาร เช่นไปในป่าดงดิน หรือไปในยอดเขาที่สูงมากๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางเช่นกัน

           การเตรียมตัวที่ดีจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของเราเป็นไปได้อย่างราบรื่น มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงตลอดการท่องเที่ยว

     

    Please be informed:

    • 7th March, 6th April, 13rd-16th April 2012 are public holidays. Our clinic will be closed.
     
    More Articles...