หลักการป้องกันมาลาเรีย

จริงๆแล้วการป้องกันมาลาเรียในนักท่องเที่ยวมีหลักการง่ายๆครับ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำหลักการ 4 ข้อ คือ A,B,C,D ดังนี้ครับ

1 A (Awareness) คือต้องมีความระวัง หรือเข้าใจในความเสี่ยง คือต้องรู้ว่าตัวเองจะเข้าไปในดงมาลาเรียนั่นเอง ถ้าเราไม่รู้หรือไม่ aware ซะแล้ว ทุกอย่างก็จะลำบาก เวลาเรามีไข้หลังจากเที่ยวป่าเราก็จะไม่ไปหาหมอ ไม่ได้บอกหมอด้วยว่าไปป่ามา ทำให้การวินิจฉัยโรคล่าช้า และอาจเป็นอันตรายได้

2 B (Bite Prevention) ประเด็นนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญมากครับ ทุกคนทราบดีแล้วว่ามาลาเรียนำโดยยุงก้นปล่อง ถ้าเราป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้ ก็จะไม่เป็นมาลาเรีย แต่เอาเข้าจริงๆหลายคนอาจจะละเลยประเด็นนี้ไป อย่างน้อยขอให้ใช้ยากันยุงนะครับ จะช่วยได้มากเลยทีเดียว และต้องทาทุกๆ 3-4 ชั่วโมงนะครับ ถึงจะได้ผลดี

3 C (Chemoprophylaxis when appropriate) คือการใช้ยาป้องกันมาลาเรีย แต่ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ หรือซื้อมากินเองได้นะครับ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เสมอ แพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องกินยาหรือไม่โดยดูจากหลายๆอย่าง เช่น ความเสี่ยงในพื้นที่นั้นๆ ระยะเวลา กิจกรรมที่จะทำ ฯลฯ และถ้าจำเป็นต้องกิน หมอจะแนะนำอย่างละเอียด นักท่องเที่ยวจะได้รู้ว่าทำไมต้องกิน จะกินอย่างไร กินยาอะไรดี กินนานแค่ไหน และอาจเกิดผลข้างเคียงอะไรบ้าง ฯลฯ

4 E (Early . . . → Read More: หลักการป้องกันมาลาเรีย

จะเข้าป่าต้องกินยาป้องกันมาลาเรียไหม

ถ้าจะจัดลำดับคำถามยอดนิยมในคลินิกนักท่องเที่ยว คำถามนี้ต้องมาเป็นอันดับ 1 อย่างไม่ต้องสงสัยครับ เพราะถูกถามอยู่แทบทุกวัน ถ้าตอบอย่างง่ายที่สุด ก็ต้องบอกว่าถ้าเที่ยวป่าในประเทศไทย เราไม่แนะนำให้กินยาครับ ซึ่งก็เป็นคำแนะนำเดียวกับที่ทางกระทรวงสาธารณสุขแนะนำอยู่ ซึ่งหลายท่านอาจรู้มาบ้างแล้ว

ถ้าจะถามต่อว่าทำไม ก็มีเหตุผลอยู่หลายประการครับ

1. อย่างแรกเลยคือความเสี่ยงในการติดเชื้อมาลาเรีย จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยมีน้อยมากครับ ความชุกของมาลาเรียในบ้านเราน้อยลงมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยแล้ว โอกาสติดน้อยมากครับ ตัวเลขที่เราใช้ๆกันในการแนะนำคือ โอกาสติดน้อยในระดับ 1:10,000 ขึ้นไป คือนักท่องเที่ยวไปเที่ยว 10,000 คน จะติดสัก 1 คน แต่ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขคร่าวๆนะครับ

2. ปัจจุบันในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน พบปัญหาการดื้อยามาลาเรียมาก ทำให้การกินยาป้องกันมาลาเรีย ไม่สามารถป้องกันได้ 100 % และการกินยาอาจทำให้อาการของโรคมาลาเรียไม่ชัดเจน และทำให้เกิดปัญหาดื้อยามากในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้นคนกินยาเองอาจจะเชื่อมั่น(ผิดๆ) ว่ากินยาแล้วไม่เป็นมาลาเรียแน่ เลยไม่ไปพบหมอ ทำให้การวินิจฉัยและรักษาทำให้ยุ่งยากขึ้น

3. ถ้าจะกินยาป้องกันมาลาเรียจริงๆ ต้องกินยาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น mefloquine หรือ doxycycline ต้องกินหลังจากออกจากป่าอีกประมาณ 1 เดือน ลองคิดดูเล่นๆนะครับ ว่าถ้าใครสักคนจะไปเที่ยวป่า เช่นเขาใหญ่ก็ได้สัก 3-4 วัน แต่ต้องกินยาป้องกันมาลาเรีย เป็นเดือนจะเอาไหมครับ นี่ยังไม่ได้พูดถึงข้อเสียของการกินยาป้องกันมาลาเรียนะครับ . . . → Read More: จะเข้าป่าต้องกินยาป้องกันมาลาเรียไหม