|
![]() |
วงจรชีวิต
ตัวเต็มวัยของพยาธิตัวจี๊ดทั้งตัวผู้และตัวเมีย อาศัยอยู่ในผนังกระเพาะอาหารของสุนัขและแมว หลังจากพยาธิผสมพันธุ์แล้ว พยาธิตัวเมียจะออกไข่ซึ่งจะปนออกมากับอุจจาระของสัตว์เหล่านี้ เมื่อไข่ลงน้ำจะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 เมื่อตัวกุ้งไร ( Cyclops ) กินตัวอ่อนระยะนี้ จะเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะที่ 2 และระยะที่3 ขั้นเริ่มต้น เมื่อปลากินกุ้งไรที่ตัวอ่อนระยะนี้ พยาธิจะเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ขั้นสุดท้ายซึ่งเป็นระยะติดต่อ ถ้าสุนัขหรือแมวกินปลานี้เข้าไป พยาธิก็จะเจริญเป็นตัวเมียเต็มวัยในผนังกระเพาะอาหาร แต่ถ้าคนกินปลาซึ่งมีพยาธิระยะติดต่อเข้าไป พยาธิก็จะคืบคลานหรือไชไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ยังไม่มีรายงานว่าพบพยาธินี้เจริญเป็นตัวตัวเต็มวัยจนสามารถออกไข่ได้ในคน.
![]() |
การติดต่อ
โรคที่เกิดจากพยาธิตัวจี๊ด สามารถเป็นได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยการกินตัวอ่อนระยะติดต่อที่ปะปนอยู่ในเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก หรืออาจติดต่อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์โดยไชผ่านทางรก นอกจากนี้พยาธิยังสามารถไชเข้าทางผิวหนัง โดยเฉพาในคนบางกลุ่มที่ใช้เนื้อสัตว์สด ๆ เช่น กบ ปลา มาพอกแผลเพื่อให้หายเร็วขึ้น.
อาการ
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการที่เกิดจากพยาธิไชอยู่ใต้ผิวหนัง ตามลำตัว แขน ขา และบริเวณใบหน้า ทำให้บวม แดงบริเวณนั้นหรือเห็นเป็นรอยทางแดง ๆ ตามแนวที่พยาธิไชผ่าน อาการบวมแดงนี้ จะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วจะหายไปเองแม้ไม่ได้รับการรักษา หลังจากนั้นอาจจะบวมขึ้นมาใหม่ในบริเวณอื่นใกล้ ๆ กัน แถบเดียวกัน บางครั้งทำให้เกิดเป็นก้อนคล้ายเนื้องอกตามอวัยวะต่าง ๆ นอกจากที่ผิวหนังแล้ว พยาธิอาจไชไปอวัยวะที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ตา ปอด กระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะถ้าไปที่สมองจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ปวดตามเส้นประสาท
การวินิจฉัย
การจะบอกว่าเป็นโรคพยาธิตัวจี๊ดแน่นอน ต้องตรวจพบตัวพยาธิ ซึ่งอาจจะไชออกมาทางผิวหนังเอง แต่โดยทั่วไปมักไม่พบพยาธิแม้จะผ่าเข้าไปข้างในบริเวณที่บวม ดังนั้นการที่จะบิกว่าเป็นโรคนี้ จึงมักดูจากอาการของโรคว่ามีอาการเจ็บ ปวด บวม เคลื่อนที่ได้ และพฤติกรรมการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรือไม่ และเจาะเลือดหรือน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจด้วยวิธีทางอิมมิวโนวินิจฉัย
การรักษา
ควรพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันว่าเป็นพยาธิตัวจี๊ดจริง และพิจารณาให้ใช้ยารักษาพยาธิที่เหมาะสม
สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับโรคพยาธิ
เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พารณ ดีคำย้อย พยาธิ คืออะไร พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร จะรู้อย่างไรว่าเป็นโรคพยาธิ
อันตรายที่เกิดจากโรคพยาธิ
การป้องกันโรคพยาธิ
The Responsible Traveler
Seven Tips for Responsible Travel (from the International Society of Travel Medicine www.istm.org) Be informed. Travel allows us to discover natural beauties, historical sites and above all the diversity of other societies and people. Be an informed traveler before leaving home and discover what the people you’ll meet at your destination can leach you. Be open-minded and patient. Experience other cultures and lifestyles. Be respectful. Local people welcome you. Show them gratitude and respect. Respect also local customs: the way you dress. Be – havior in religious sites, displays of affection. Avoid exploitation. As travelers we are perceived as rich. Be generous in a constructive way by promotion the local economy. Avoid and denounce exploitation of the local people (c.g., low salaries, overwork. child abuse and sex) Protect the environment. Avoid overuse of water, wasting food. Littering and damaging sites. Leave a good impression. A positive experience with local people will pave the way for those coming after you leave. Respect and mutual discovery will make your trip a wonderful experience and will promote your security and your health too! So enjoy yourself and have a good trip! การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง การท่องเที่ยวและการเดินทางเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกมากอย่างหนึ่ง เราจะได้เดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ สัมผัสกับบรรยากาศ ความสวยงามของธรรมชาติและได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ การเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกลนับว่าเป็นกำไรของชีวิต นำมาซึ่งประสบการณ์ ความประทับใจที่ยากจะลืม
|








