ทำไมคลินิกจึงไม่จัด Package วัคซีน ที่สมควรฉีดก่อนเดินทางไปยังประเทศต่างๆ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคลินิกนักท่องเที่ยวของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ถึงไม่จัด package ในการฉีดวัคซีนเพื่อไปยังประเทศต่างๆ โดยบอกให้ชัดเลยไปเลยว่า ถ้าใครจะเดินทางไปประเทศนั้นประเทศนี้ น่าจะฉีดวัคซีนอะไรบ้าง กี่ตัว และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเท่าไร การทำแบบนี้ไม่เห็นยากเลย และผู้มารับบริการจะได้เห็นและได้เข้าใจชัดเจนทาง website ไปเลย เช่น ว่าถ้าจะไปเที่ยวที่อินเดีย น่าจะฉีดวัคซีน A, B, C และถ้าจะไปบราซิล น่าจะฉีดวัคซีน X,Y,Z ฯลฯ และบอกราคารวมมาเลยจะได้รู้ทีเดียว และน่าจะมีส่วนลดด้วยนะถ้าฉีดครบทั้ง 3 ตัว ดังเช่นตารางตัวอย่างด้านล่าง

Recommended vaccine for India Cost Vaccine A 300 Baht Vaccine B 700 Baht Vaccine C 1,200 Baht Package (A+B+C) 2,000 Baht (Save 200)

แม้ว่าตัวอย่างตามตารางข้างบนจะเข้าใจง่าย และมีส่วนลดชัดเจน แต่สำหรับคลินิกนักท่องเที่ยว โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนจะไม่ทำอย่างนั้นครับ ซึ่งเหตุผลอาจจะเข้าใจยากสักหน่อยสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับคนที่เคยมาคลินิกนักท่องเที่ยว ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนแล้วก็คงนึกภาพออกมาทำไม ลองมาดูเหตุผลด้วยกันครับ

1. วัคซีนที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวแต่ละคน จะไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะไปเที่ยวที่เดียวกันก็ตาม เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาครับ โดยแพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงในการติดเชื้อของโรคแต่ละชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น สถานที่ที่จะไป ระยะเวลาที่จะไป กิจกรรมที่จะไปทำ สถานที่พักแรม และลักษณะการเดินทางท่องเที่ยว เช่นไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์หรือไปแบบ backpacker ความเสี่ยงเหล่านี้จะแตกต่างกันออกไปแม้ว่าจะไปประเทศเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น นาย ก. จะเดินทางไปอินเดีย ไปไหว้พระที่สังเวชนียสถาน โดยไปกับทัวร์ ใช้เวลาสัก 7 วัน อาจจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอะไรเลยก็ได้ ถ้าเขาได้รับวัคซีนพื้นฐานครบตั้งแต่เด็ก และมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบเอ แล้ว ตรงกันข้ามกันนายข. ถ้าจะไปเที่ยวอินเดียเหมือนกันแต่ไปนานเป็นเดือน ไปเที่ยวในหลายแคว้น และจะไปแบบ backpacker นอน guest house กินอาหารเหมือนชาวบ้าน นายข.จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคบางอย่างมากกว่า อาจต้องฉีดวัคซีนมากกว่านายก. นอกจากนี้ประวัติส่วนตัวของนายก. . . . → Read More: ทำไมคลินิกจึงไม่จัด Package วัคซีน ที่สมควรฉีดก่อนเดินทางไปยังประเทศต่างๆ

(Thai) ไปหาหมอก่อนไปเที่ยว จำเป็นหรือ?

ก็ต้องยอมรับว่าสำหรับคนไทยแล้ว ไม่ค่อยคุ้นเคยว่าต้องไปปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง แต่ในประเทศตะวันตก ทั้งในยุโรปและอเมริกา นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาเลยครับ ถ้าใครสักคนจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะเที่ยวประเทศเขตร้อน เขาต้องไปพบแพทย์ก่อน เพื่อฉีดวัคซีน และขอคำปรึกษาต่างๆ จากการสำรวจโดยหน่วยเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง คณะเวชศาสตร์เขตร้อนในปี 2551 ที่ถนนข้าวสารพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณกว่า 60% ผ่านการรับคำปรึกษาจากแพทย์มาแล้วก่อนมาเที่ยวเมืองไทย แต่คนไทยเราเองคงไม่มีใครทำใช่ไหมครับ หายากมาที่จะมาหาหมอก่อนไปเที่ยว ยกเว้นว่าจะไปประเทศแถบแอฟริกา หรือลาตินอเมริกา หรือมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว

ในแต่ละปีพวกเราคนไทยมีกิจกรรมการท่องเที่ยวกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งถ้าถามว่าทำไมต้องไปหาหมอ ไปเที่ยวไม่กี่วันต้องกลัวอะไร ก็ต้องบอกเลยครับว่า ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องมาพบแพทย์ครับ แค่รักษาสุขภาพและระวังเรื่องทั่วๆไปตามหลักสุขศึกษาง่ายๆ ก็จะทำให้ไปเที่ยวได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยครับ มีเพียงส่วนน้อยที่น่าจะพบแพทย์ก่อน

ตัวอย่างกรณีต่อไปนี้น่าจะปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทางครับ

1 มีโรคประจำตัว หรือมีปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดปัญหาในการเดินทาง เช่น ถ้าเป็นโรคหัวใจ โรคปอด ฯลฯ ถ้าโรคเหล่านี้มีความรุนแรงหรือเป็นระยะที่มีอาการเหนื่อยง่าย แล้ว อาจส่งผลเวลาเดินทางท่องเที่ยวได้ อย่างน้อยควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนนะครับว่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยว เพราะในบางราย การเดินทางเป็นระยะทางไกล หรือการขึ้นเครื่องบินอาจไม่ปลอดภัย หรือต้องการออกซีเจนบนเครื่องบิน ซึ่งคงต้องพิจารณาเป็นรายๆไป

2 จะเดินทางไปทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ซึ่งประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเขตการระบาดของไข้เหลืองซึ่งอย่างน้อยต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองก่อนการเดินทาง และอาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนอื่นๆร่วมด้วยเช่น วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นเป็นต้น

3 จะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมาลาเรีย เนื่องจากโรคมาลาเรียเป็นโรคร้ายแรง ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปยังดงมาลาเรียโดยเฉพาะในแอฟริกา และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้ ควรมาปรึกษาแพทย์ก่อนครับ เพราะในบางรายจำเป็นต้องกินยาป้องกัน

การเที่ยวซาฟารี ในทวีปแอฟริกาเป็นหนึ่งการการท่องเที่ยวที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง

4 จะเดินทางไปในประเทศกำลังพัฒนาเป็นเวลานาน เช่นต้องเดินทางไปทำงานในแอฟริกาหลายเดือน เช่นนี้อาจจำเป็นต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนที่จำเป็นก่อนครับ และจะได้รับคำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวและการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องด้วย

5 จะเดินทางใปในที่ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพสูง เช่นจะเดินทางไปเที่ยวในเขตที่สูงมากๆเช่น ทิเบต เปรู อาจเกิดความเสี่ยงต่อ high altitude sickness อาจจำเป็นต้องเตรียมตัว และกินยาบางอย่างเพื่อป้องกันภาวะดังกล่าว

6 จะเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังมีการระบาดของโรคติดเชื้อบางอย่างอยู่ ในกรณีนี้ต้องระวัง และอาจต้องติดตามข่าวสารทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดครับ

ตัวอย่างข้างต้นเป็นกลุ่มที่น่าจะปรึกษาหมอก่อนการเดินทางครับ ซึ่งถ้าเราเตรียมตัวอย่างดีจะทำให้การเดินทางของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข