
ใกล้เข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว วันหยุดยาวเริ่มมีมากขึ้น หลายคนคงกำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวในทวีปยุโรป หรือสหราชอาณาจักร นอกจากจะเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว บางคนอาจค้นข้อมูลและพบว่า ช่วงต้นปี 2026 มีข่าวเกี่ยวกับโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บีระบาดในสหราชอาณาจักร จนเกิดคำถามว่า…
“แล้วเราจำเป็นต้องกังวลหรือฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ก่อนเดินทางหรือไม่?”
ในช่วงต้นปี 2026 เกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่มีแผนเดินทางไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีแผนเดินทางไปประเทศอังกฤษในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ตลอดจนผู้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอื่น ๆ ในยุโรป
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความตื่นตัวนี้ เกิดขึ้นจากข่าวการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บี (serogroup B) ในเดือนมีนาคม 2569 โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงไนท์คลับแห่งหนึ่งในเมือง Canterbury ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีนักศึกษาจำนวนมากมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น ก่อนจะมีการแพร่ระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บีในมหาวิทยาลัย(University of Kent) โดยมีผู้ป่วยยืนยันและ probable cases รวมทั้งหมด 23 ราย ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2 ราย หลังจากที่ข่าวนี้ออกมา ทำให้มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อ รวมถึงผู้ที่มีแผนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศอังกฤษและประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ได้เข้ามาปรึกษาและขอรับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น 4 สายพันธุ์ A, C, Y, W-135 และ วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บี ส่งผลให้เกิดภาวะวัคซีนไม่เพียงพอต่อความต้องการและขาดตลาดในบางช่วง
โรคไข้กาฬหลังแอ่นคืออะไร
โรคไข้กาฬหลังแอ่น เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria meningitidis มีทั้งหมด 13 สายพันธุ์หลัก (Serogroup) โดยมี 6 สายพันธุ์หลักที่ก่อโรคในคน ได้แก่ สายพันธุ์ A, B, C, W-135, X, Y โดยเชื้อแบคทีเรียจะไปเกาะที่เยื่อบุโพรงจมูก แสดงอาการได้หลากหลาย ตั้งแต่ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ มีการแสดงอาการเล็กน้อยคล้ายไข้หวัด ไปจนถึงติดเชื้อที่รุนแรง ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองหรือ การติดเชื้อในกระแสเลือด สำหรับท่านไหนยังไม่เคยอ่านเรื่องโรคไข้กาฬหลังแอ่น และ วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น ท่านสามารถ คลิกที่นี่ สำหรับอ่านข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ
ความเสี่ยงของการติดโรคไข้กาฬหลังแอ่น
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ระบาดวิทยาของโรคไข้กาฬหลังแอ่น แต่ละ Serogroup มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ในทวีปยุโรป ข้อมูลในปี 2018 พบ ว่าโรคไข้กาฬหลังแอ่นเกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis serogroup B 51 % (1) ข้อมูลจากสหราชอาณาจักรในปี 2024-2025 พบว่า 82.6% ของผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น เกิดจาก serogroup B (2)
สำหรับสหรัฐอเมริกา การศึกษาอุบัติการณ์ของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในช่วงปี 2016-2025 พบ Serogroup B ในเด็กเล็กและกลุ่มวัยรุ่นเป็นสัดส่วนมากกว่า Serogroup อื่นๆ โดยเมื่ออายุมากขึ้นจะเจอสัดส่วนของ non-serogroup B เพิ่มขึ้น (3) อีกหนึ่งการศึกษาของสหรัฐอเมริกาที่น่าสนใจ พบว่าอุบัติการณ์ของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยในช่วงปี 2015–2018 พบว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยประมาณ 2.9 เท่า โดยในกลุ่มนักศึกษาที่เกิดโรค พบ serogroup B มากกว่า serogroup อื่น ๆ (4)
การกระจายของ Serogroup ในผู้ป่วยโรคติดเชื้อโรคไข้กาฬหลังแอ่นชนิดลุกลาม
(Invasive meningococcal disease; IMD) ทั่วโลก ระหว่างปี ค.ศ. 2017–2019 (1)

วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บีและประสิทธิภาพการป้องกันโรค
วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บี ในปัจจุบันทั่วโลกที่ถูกขึ้นทะเบียน มีทั้งวัคซีนรวมและวัคซีนป้องกันสายพันธุ์บีชนิดเดี่ยว
- 4CMenB (BexseroTM) ถูกขึ้นทะเบียนอนุมัติใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป
- MenB-FHbp (TrumenbaTM) ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
- MenABCWY (PenbrayaTM) ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บีชนิดเดียวที่ใช้กันคือ วัคซีน 4CMenB หรือชื่อทางการค้าที่หลายท่านคุ้นเคยคือ BexseroTM เป็นวัคซีนชนิด recombinant protein-based ผลิตจาก supcapsular antigen 3 ชนิด ได้แก่ Neisserial adhesin A (NadA), factor H-binding protein (fHbp) และ Neisserial Heparin Binding Antigen (NHBA) ร่วมกับ outer membrane vesicle (OMV) จากเชื้อ N. meningitidis สายพันธุ์นิวซีแลนด์ NZ98/254
คำถามที่หลายๆคนอยากรู้ คือ
ทุกคนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บี ก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศอังกฤษหรือทวีปยุโรปหรือไม่?
ขอบอกว่า ไม่จำเป็นค่ะ วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บี ไม่ใช่วัคซีนที่ทุกคนต้องได้รับก่อนเดินทาง หากไม่ได้รับวัคซีนก็ยังสามารถเดินทางไปประเทศอังกฤษหรือประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปได้ตามปกติ การจะพิจารณาว่าควรฉีดวัคซีนหรือไม่นั้น ดูจาก ความเสี่ยงของแต่ละบุคคลและลักษณะกิจกรรมเป็นหลัก โดยทั่วไป ความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นในสหราชอาณาจักรถือว่าค่อนข้างต่ำ โดยพบผู้ป่วยในประชากรทั่วไปน้อยกว่า 1 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี ความเสี่ยงจะแตกต่างกันตามช่วงอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี และกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยต้น อายุประมาณ 16–25 ปี (5) ในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยต้น โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัย มีปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ เช่น การพักอาศัยอยู่รวมกันในหอพัก การทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม และการเข้าสังคมหรือสังสรรค์ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก โดยมีการศึกษาพบว่านักศึกษามหาลัยในประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปี 1 มีความเสี่ยงการเกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่นทุกสายพันธุ์สูงกว่าประชากรทั่วไปในกลุ่มอายุเดียวกันประมาณ 11 เท่า (6)
ดังนั้นหากท่านเดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ขับรถเที่ยว เที่ยวชมธรรมชาติ ท่านไม่จำต้องได้รับวัคซีนก่อนเดินทาง แต่หากท่านไปศึกษาต่อ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เข้าพักในหอพักมหาวิทยาลัยหรือมีแผนเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก เช่น งานสังสรรค์ คอนเสิร์ต หรือชมการแข่งขันฟุตบอล แนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นก่อนเดินทางค่ะ
หากจำเป็นต้องเดินทางแล้ว และรับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บีไม่ครบสองเข็ม จะป้องกันได้ไหม?
จากการศึกษา systematic review and meta-analysis ที่ประเมินประสิทธิผลของวัคซีน 4CMenB ในการใช้งานจริง (real-world vaccine effectiveness; VE) พบว่า ในกลุ่มทารกและเด็กเล็กที่ได้รับวัคซีนครบตาม primary vaccination program มีประสิทธิผลในการป้องกันโรคประมาณ 79.7% ส่วนในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยต้น อายุ 10–25 ปี พบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม วัคซีนจะมีประสิทธิผลอยู่ที่ 83.5% สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนเพียง 1 เข็ม ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นข้อมูลในกลุ่มทารกและเด็กเล็กเท่านั้น ซึ่งพบว่าวัคซีนมีประสิทธิผลในการป้องกันโรคประมาณ 41.1%
จึงเห็นว่าการได้รับวัคซีนเพียง 1 เข็มอาจให้การป้องกันโรคได้ในระดับหนึ่ง (7) ดังนั้น ในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยต้นแนะนำให้ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ทั้งสองเข็มห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน และ ควรได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มก่อนเดินทางอย่างน้อย 14 วันเพื่อให้ได้การป้องกันที่มีประสิทธิภาพค่ะ
การเดินทางไปประเทศอังกฤษหรือประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรป ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ว่าทุกคนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์บี ก่อนเดินทางนะคะ เนื่องจากอุบัติการณ์ของโรคในประชากรทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ และการตัดสินใจให้วัคซีนควรพิจารณาจากความเสี่ยงของผู้เดินทางเป็นรายบุคคล มากกว่าพิจารณาจากจุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียวค่ะ ดังนั้น คำถามที่ว่า “ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น ก่อนเดินทางไปประเทศอังกฤษหรือไม่” จึงไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน แต่แพทย์ควรเริ่มจากการประเมินว่า ผู้เดินทางเป็นใคร จะไปทำอะไร พักที่ไหน และมีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมากเพียงใด เพื่อประเมินความเสี่ยงแต่ละบุคคล และให้คำแนะนำการได้รับวัคซีนต่างๆได้อย่างเหมาะสมค่ะ
แหล่งอ้างอิง
- Pardo de Santayana C, Tin Tin Htar M, Findlow J, Balmer P. Epidemiology of invasive meningococcal disease worldwide from 2010–2019: a literature review. Epidemiology and Infection. 2023;151:e57. doi:10.1017/S0950268823000328
- UK Health Security Agency. Invasive meningococcal disease outbreak 2026: technical briefing 1 [Internet]. London: UK Health Security Agency; 2026 May 12 [cited 2026 Sep 9]. Available from: https://www.gov.uk/government/publications/invasive-meningococcal-disease-outbreak-2026-technical-briefings/invasive-meningococcal-disease-outbreak-2026-technical-briefing-1
- Centers for Disease Control and Prevention. Meningococcal disease surveillance and trends [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 Jun 4 [cited 2026 Sep 9]. Available from: https://www.cdc.gov/meningococcal/php/surveillance/index.html
- Schaffer DeRoo S, Torres RG, Fu LY. Meningococcal disease and vaccination in college students. Hum Vaccin Immunother. 2021;17(11):4675-4688. doi:10.1080/21645515.2021.1973881.
- UK Health Security Agency. Invasive meningococcal disease in England: annual laboratory-confirmed reports for epidemiological year 2024 to 2025 [Internet]. London: UK Health Security Agency; 2025 [cited 2026 Sep 19]. Available from: Invasive meningococcal disease in England: annual laboratory-confirmed reports for epidemiological year 2024 to 2025 – GOV.UK
- Mandal S, et al. Risk of invasive meningococcal disease in university students in England and optimal strategies for protection using MenACWY vaccine. Vaccine. 2017;35(43):5814-5818. doi:10.1016/j.vaccine.2017.09.024
- Marijic P, et al. Real-world effectiveness and impact of the 4CMenB vaccine against serogroup B invasive meningococcal disease: a systematic review and meta-analysis. NPJ Vaccines. 2026;11(1):153. doi:10.1038/s41541-026-01511-y.





