(Thai) แนะนำหนังสือน่าอ่าน “โรคเขตร้อนฉบับประชาชน”

พอเอ่ยถึงโรคเขตร้อน หลายๆคนอาจทำหน้างงๆว่ามันหมายถึงโรคอะไรบ้าง มีโรคเขตร้อนแล้วมีโรคเขตหนาวหรือเปล่า วันนี้ขออนุญาตแนะนำหนังสือเกี่ยวกับโรคเขตร้อนที่อ่านง่ายๆครับ เป็นฉบับประชาชน แต่อาจจะหาอ่านได้ยากหน่อยเพราะไม่ได้วางขายที่ไหน แต่ทางคณะเวชศาสตร์เขตร้อนจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อแจกจ่าย ให้ความรู้ อันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยทั่วไป และเป็นการฉลองที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อนได้มีอายุครบรอบ 50 ปี ในปี 2553 ที่ผ่านมา

ดูน่าปกก็น่าอ่านแล้วใช่ไหมครับ ภายในจะเป็นเนื้อหาที่อ่านง่าย มีภาพประกอบ โดยจะมีหัวข้อที่น่าสนใจมีมากมายเช่น “ไม่มีเลือดออก… แต่ทำไมเป็นไข้เลือดออก” , “แค่ลุยน้ำก็เป็นโรคได้”, “ตัวอะไรไชไปตามผิว” ฯลฯ ซึ่งจะเป็นการเขียนเนื้อหาทางวิชาการเกี่ยวกับโรคต่างๆให้อ่านง่าย ซึ่งเป็นผลงานของคณาจารย์จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ร่วมกันเขียนขึ้นมา

สนใจอ่าน online ได้ทันทีครับ หรือจะ download หนังสือทั้งเล่มเป็น pdf ได้เลยครับ ที่ website ของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน หรือ Click ที่นี่

การรักษาพิษของแมงกะพรุนด้วยผักบุ้งทะเล

หลายคนคงเคยรู้มาว่า ถ้าใครถูกพิษของแมงกะพรุนให้รีบใช้ใบผักบุ้งทะเลที่อยู่ตามชายหาดทาแผล จะช่วยรักษาแผลได้ดี ซึ่งก็เป็นความจริงครับ ในตำราแพทย์แผนไทยมีการเขียนกันมานานแล้วว่าใช้ได้ผล และในทางวิทยาศาสตร์เองเคยมีการพิสูจน์แล้วว่า สารในผักบุ้งทะเลมีฤทธิ์ลดการอักเสบ และฤทธิ์ลดอาการปวดได้ดี แต่การนำผักบุ้งทะเลมาใช้รักษาแผลจากแมงกะพรุนนั้น มีข้อควรรู้ดังนี้ครับ

1. ผักบุ้งทะเลสามารถใช้รักษาแผลจากแมงกะพรุนได้ดี แต่ไม่มีที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เฉียบพลัน (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านเรื่อง ทำอย่างไรเมื่อถูกแมงกะพรุน ขอแนะนำให้อ่านก่อนครับ)

2. การใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณแผลยังเป็นสิ่งสำคัญมากและควรจะรีบทำก่อนใช้ผัก บุ้งทะเล เพราะจะช่วยลดการเกิดพิษได้ ไม่ควรใช้ผักบุ้งทะเลทาหรือถูแผลโดยตรง โดยเฉพาะก่อนให้น้ำส้มสายชู

3. การนำผักบุ้งทะเลมาใช้ให้ถูกวิธีนั้น ควรจะไม่มีสิ่งปนเปื้อน และต้องล้างให้สะอาด นำใบมาตำ และคั้นเอาน้ำมาทาตรงแผลบ่อยๆ

4. ในข้อ 3 จะเห็นว่า การใช้ผักบุ้งทะเลให้ถูกวิธีไม่ใช่ของง่าย เนื่องจากต้องนำมาล้าง และคั้นเอาน้ำมาทา ส่วนการรักษาแบบพื้นบ้าน โดยวิ่งไปเอาผักบุ้งทะเลมาตำ หรือมาขยำ และโปะลงไปที่แผลโดยตรงนั้น ไม่ควรทำครับ เพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใบผักบุ้งทะเลที่นำมาใช้มีสารหรือเชื้อโรคปนเปื้อนจะทำ ให้แผลอักเสบติดเชื้อมากยิ่งขึ้น

5. ห้ามนำใบผักบุ้งทะเลมากิน เนื่องจากมีพิษ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ มึนงงและวิงเวียนได้

แม้ว่าในภูมิปัญญาชาวบ้าน และตำราแพทย์แผนไทย กล่าวยืนยันถึงประสิทธิภาพของผักบุ้งทะเลในการรักษาแผลจากแมงกะพรุนเป็น อย่างดี ว่าช่วยสมานแผล ทำให้แผลให้เร็วขึ้น และเกิดแผลเป็นน้อยลง แต่ในตำราการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องผักบุ้งทะเลไว้เลยครับ เนื่องจากไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกมายืนยันประสิทธิภาพดังกล่าว

ทางคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กรมแพทย์ทหารเรือ และโรงพยาบาลหลายแห่งในกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมกันทำการวิจัยเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของยาผักบุ้งทะเล เมื่อนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่ถูกแมงกะพรุน โดยยาผักบุ้งทะเลที่ใช้นั้น ได้สกัดมาจากใบผักบุ้งทะเลที่สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน และทำให้อยู่ในรูปของขี้ผึ้ง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทันที

แต่ยาผักบุ้งทะเลดังกล่าวขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยครับ ไม่มีจำหน่าย และไม่สามารถจ่ายแจกได้ แต่ถ้ามีใครที่ถูกแมงกะพรุนมาไม่เกิน 7 วัน และสนใจเข้าร่วมการวิจัยการรักษาดัวยผักบุ้งทะเล สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ โครงการวิจัยการรักษาแผลแมงกะพรุนด้วยผักบุ้งทะเล

ทาง ’เขตร้อน เราหวังว่าถ้าผลการวิจัยดังกล่าวออกมาว่า ผักบุ้งทะเลของเรามีประสิทธิภาพในการรักษาแผลจากแมงกะพรุนได้จริง จะได้นำไปเผยแพร่ทางวิชาการ และจะช่วยทำให้สมุนไพรไทยของเราเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

. . . → Read More: การรักษาพิษของแมงกะพรุนด้วยผักบุ้งทะเล

นักท่องเที่ยวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรม (1)

เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ เคยสังเกตไหมครับว่า บ้านเมืองและผู้คนในประเทศต่างๆที่เราไปเที่ยวนั้นมีความแตกต่างกัน และต่างจากบ้านเรา สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยคือภาษา แต่ละประเทศจะใช้ภาษาต่างกันไป และไม่ใช่ภาษาไทยเหมือนเราแน่นอน นอกจากภาษาแล้ว ผู้คน เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเป็นอยู่ ฯลฯ ก็มีความแตกต่างกันไป เหล่านี้เราอาจเรียกรวมๆกันว่ามีความแตกต่างทางวัฒนธรรม

ความแตกต่างนี้จะมีมากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลของศาสนาที่นับถือ ความใกล้เคียงกันของประเทศ ฯลฯ อย่างในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเรา และนับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน เราจะมีความเหมือนกันอยู่หลายๆอย่าง เช่นเวลาเราไปเที่ยวประเทศลาว ประเทศพม่า กัมพูชา เราจะเห็นวัด พระพุทธรูป และเจดีย์เหมือนๆกัน แต่ศิลปะในสร้างอาจแตกต่างกันไป และพวกเราจะมีความเชื่อคล้ายๆกันเช่น มีการกราบไหว้พระพุทธรูป ไม่ชี้ขาไปยังพระพุทธรูป

แต่ถ้าเราไปยังประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลัก อย่างประเทศในแถบตะวันออกกลาง เราจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมาก นอกจากอิทธิพลทางศาสนาแล้วยังมีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ทำให้พวกเราแตกต่าง กันไป มีความเชื่อ ค่านิยมและความประพฤติต่างกัน สิ่งที่เราเห็นว่าดี ว่าเหมาะสม ว่าถูกต้อง อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องในวัฒนธรรมอื่นก็ได้

เมื่อ 2-3 ปีก่อน ผมจำได้ว่ามีป้ายโฆษณาของธนาคาร HSBC ที่ผมเห็นแล้วชอบมาก และชอบดูเสมอเวลาเดินทาง ซึ่งป้ายนี้มักจะติดที่ gate เวลาจะขึ้นเครื่องบิน ลองดูนะครับ ดูแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้าง

รูปไม่ค่อยชัด เท่าไรนะครับ ต้องขออภัยด้วยครับ พอดีถ่ายไว้นานแล้วก่อนเดินขึ้นเครื่องบิน แต่จะเห็นว่าเป็นรูปนักดนตรีเป็นช่องๆและมีคำอธิบายว่า “Unbearable” ซึ่งแปลว่าทนไม่ได้ และ Enjoyable หรือ สนุกสนาน ซึ่งรูปหนึ่งจะมีคำอธิบายได้ทั้ง 2 แบบ ก็แปลว่าบางคนมองว่าการเล่นดนตรีแบบหนึ่งไม่ดีหรือ unbearable ในขณะที่อีกคนอาจมองว่าดี หรือ enjoyable ก็ได้ ต่างคนต่างมุมมองหรีอทางพระบอกว่า นานาจิตตัง

ลองดูตัวอย่างอีกรูปนะครับ ผมได้มาจากทาง internet

เห็นไหมครับว่าของอย่างเดียวกัน อาจมีความหมายในแต่ละคนไม่เหมือนกัน พรมเหมือนกัน บางคนมองว่าเป็นของแต่งบ้าน บางคนมองว่าเอาไปเป็นของที่ระลึก แต่บางคนมองว่าเป็นที่สำหรับนั่งสวดมนต์ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจ ประเด็นเหล่านี้เราอาจจะต้องระมัดระวังเวลาเราไปเที่ยวในต่างแดนซึ่งมี วัฒนธรรมความเชื่อต่างไปจากเรา ต้องพยายามทำความเข้าใจในวัฒนธรรมนั้นๆ ไม่แสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมที่อาจเป็นการดูถูกดูแคลนวัฒนธรรมนั้นๆ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งถ้าเราใส่ใจสักนิดจะทำให้เราท่องเที่ยวไปได้อย่างมีความสุข

. . . → Read More: นักท่องเที่ยวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรม (1)

WHO International certificate of vaccination

If you plan to visit to yellow fever risk area i.e. in Africa and Latin America, you’re required to get the Yellow Fever vaccine. It is the only mandatory vaccine required by World Health Organization’s International Health Regulation (WHO-IHR 2005).

And according to the IHR, passenger need to carry the International certificate of vaccination to show at the port of entry. Generally, this certificate will be printed in yellow and its detail and/or layout may be different according to each vaccination center. However, all valid certificate have to comply with WHO regulation for example;

1.The certificate must be . . . → Read More: WHO International certificate of vaccination