ขั้นตอน ข้อห้ามและข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนไข้เหลือง

ขั้นตอนการรับวัคซีนไข้เหลืองที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนค่อนข้างยุ่งยากครับ ซึ่งหลายคนอาจจะงงว่าทำไมมีขั้นตอนเยอะ ต้องเจอหมอ คุยกับหมอ ต้องกรอกแบบฟอร์ม กว่าจะได้ฉีด ทำไมยุ่งยาก แถมบางคนคุยแล้วไม่ได้ฉีดอีกต่างหาก ทำให้ง่ายๆไม่ได้หรือ น่าจะแค่เดินมาบอกว่า ขอฉีดไข้เหลืองแล้วก็ยกแขนฉีดก็จบเลย ไม่ได้หรือ

ก็ต้องตอบตรงนี้ครับว่า เราทำขั้นตอนง่ายๆแบบนั้นไม่ได้ เพราะวัคซีนไข้เหลืองเป็นวัคซีนพิเศษ ต้องใช้ให้เหมาะสม มีข้อห้ามและข้อควรระวังมาก ซึ่งแพทย์ต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าใครสมควรได้รับวัคซีน และจะรับวัคซีนได้หรือไม่

ลองมาดูกันครับว่า การจะฉีดวัคซีนไข้เหลือง มีขั้นตอนอะไรบ้าง และมีข้อห้ามและข้อควรระวังอะไร

ก่อนอื่นแพทย์จะต้องพิจารณาแผนการเดินทางก่อนว่า การเดินทางครั้งนี้ไปในประเทศ หรือดินแดนที่มีความเสี่ยงของไข้เหลืองหรือไม่ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องบินในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ จริงๆตรงนี้ก็มีรายละเอียดเยอะครับ ถ้าใครยังไม่ได้อ่านบทความต่อไปนี้ แนะนำให้ลองอ่านดูครับ ว่า ใครและการเดินทางไปประเทศไหนที่ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองบ้าง วัคซีนไข้เหลือง (Yellow fever vaccine) เรื่องจำเป็นก่อนไปแอฟริกา,อเมริกาใต้ จะไปเที่ยวต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม ไม่ฉีดไปได้ไหม ไปบราซิล เปรูต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม ถ้าจำเป็นต้องฉีด ก็มาว่ากันต่อครับ ในคลินิกนักท่องเที่ยวแพทย์จะให้ข้อมูลครับว่า วัคซีนไข้เหลืองเป็นอย่างไร ทำไมต้องฉีด และมีผลข้างเคียงมากไหม และเกิดอะไรได้บ้าง กล่าวแบบย่อๆคือ วัคซีนไข้เหลืองเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูงมากครับ ผลข้างเคียงน้อย ที่พบบ่อยส่วนใหญ่มักจะไม่รุนแรง เช่น มีไข้ หรือเจ็บปวดบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะเป็นอยู่ไม่นาน 2-3 วันก็จะหายเป็นปกติ ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการฉีดไข้เหลืองพบน้อยมาก หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาว่า นักท่องเที่ยวมีข้อห้ามและข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนไข้เหลืองหรือไม่ โดยดูจากแบบฟอร์มด้านล่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องกรอกแบบฟอร์มดังกล่าว ก่อนเข้าพบแพทย์

จากแบบฟอร์มนี้จะเห็นว่า ถ้านักเดินทางไม่มีโรคหรือภาวะดังกล่าวเลย (ทุกข้อตอบ “ไม่” ทั้งหมด) แสดงว่าไม่มีข้อห้ามหรือข้อควรระวัง สามารถฉีดวัคซีนไข้เหลืองได้ตามปกติ แต่ถ้านักเดินทางติ๊กข้อใดข้อหนึ่งว่าใช่ ไม่ได้แปลว่าฉีดวัคซีนไม่ได้ เพราะจะมีรายละเอียดอีกพอสมควร เช่น ถ้าใครติ๊กว่ามีโรคประจำตัว เช่น เป็นโรคความดัน ไมเกรน หรือภูมิแพ้ โรคเหล่านี้ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน สามารถฉีดได้ตามปกติ แต่ถ้าเป็นโรคร้ายแรง เช่นเป็นมะเร็ง หรือติดเชื้อ HIV และ CD4 ยังต่ำอยู่ กลุ่มนี้จะฉีดวัคซีนไม่ได้ นั่นคือเดินทางไม่ได้ แพทย์จะแนะนำให้ยกเลิกการเดินทาง โรคหรือภาวะบางอย่างต่อไปนี้เป็นข้อห้าม/ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีน

เป็นเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 เดือน . . . → Read More: ขั้นตอน ข้อห้ามและข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนไข้เหลือง

จะไปเที่ยวต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม ไม่ฉีดไปได้ไหม

วัคซีนไข้เหลืองเป็นเรื่องสำคัญและมักทำให้เกิดความสงสัยและมีความสับสนกันในเสมอๆในหมู่นักเดินทางท่องเที่ยวที่จะไปทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ในบทความนี้จะเล่าหรือตอบคำถามสำคัญๆ เกี่ยวกับวัคซีนนี้ให้ฟังครับ

(ถ้าใครยังไม่เคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับไข้เหลืองในบทความ “วัคซีนไข้เหลือง เรื่องจำเป็นก่อนไปแอฟริกา,อเมริกาใต้” ขอแนะนำให้อ่านก่อนครับ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น)

1 ก่อนเดินทางจำเป็นต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองหรือไม่

ถ้าตอบอย่างง่ายที่สุดเลยนะครับ ลองไปดูรายชื่อประเทศที่จะไป ว่าอยู่ใน 45 ประเทศที่ทางการไทย ประกาศว่าเป็นพื้นที่ระบาดของไข้เหลืองอยู่หรือไม่ ถ้าจะไปในประเทศเหล่านี้ตามรายชื่อด้านล่าง ก็ต้องฉีดวัคซีนครับ

ทวีปอเมริกาใต้ 13 ประเทศ ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย โคลอมเบีย เอกวาดอร์ กายอานา เกียนาฝรั่งเศส ปานามา เปรู เวเนซูเอลา ซูรินาเม ตรินิแดดแอนโตเบโก อาร์เจนตินา ปารากวัย

ทวีปแอฟริกา 32 ประเทศ ได้แก่ แองโกล่า เบนิน บูร์กินาฟาโซ บุรุนดิ แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง คองโก โกตดิวัวร์ เอธิโอเปีย แกมเบีย กาบอง กานา กีนี กินีบิสเซา อิเควทอเรียลกินี เคนยา ไลบีเรีย มาลี มอริเตเนีย ราวันดา เซาโตเมและปรินซิเป เซเนกัล เซียร์ราลิโอน โซมาเลีย ซูดาน ชาด โตโก ยูกันดา สาธารณรัฐแทนซาเนีย ซาอีร์ ไนเจอร์และไนจีเรีย

2 ถ้าต้องต่อ/เปลี่ยนเครื่องบินในประเทศเหล่านี้จำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่

ตอบอย่างง่ายๆ คือ “ต้องครับ”

ประเด็นนี้มักจะเป็นปัญหาสำหรับ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งถ้าดูจากแผนที่ไข้เหลืองด้านล่าง จะเห็นครับว่าแอฟริกาใต้ไม่มีไข้เหลือง ไม่ใช่แหล่งระบาด ในแผนที่แทบจะไม่เห็นประเทศแอฟริกาใต้ด้วยซ้ำ เพราะอยู่ส่วนใต้มากของทวีปแอฟริกา ใต้กว่าบอสวานา และซิมบับเว

 

แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันเราไม่มีสายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพไปแอฟริกาใต้ ต้องต่อเครื่อง ดังนั้นถ้านักท่องเที่ยวเลือกสายการบินที่ต้องเปลี่ยนเครื่องในทวีปแอฟริกา . . . → Read More: จะไปเที่ยวต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม ไม่ฉีดไปได้ไหม

การตรวจคัดกรองวัณโรค Tuberculin skin test (TB skin test)

การตรวจคัดกรองวัณโรค เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและสร้างความสับสนให้กับนักเรียน นักศึกษาที่กำลังจะไปเรียนเมืองนอก รวมถึงผู้ปกครองไม่น้อย เพราะก่อนไปเรียนมักจะมีใบเกี่ยวกับสุขภาพมาให้แพทย์กรอก และหนึ่งในนั้นมักจะกำหนดให้ต้องตรวจคัดกรองวัณโรคอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากจะหาที่ตรวจยากแล้ว การตรวจยังยุ่งยาก ต้องเจ็บตัว และมาโรงพยาบาล 2 ครั้ง นอกจากนี้ผลการตรวจยังแปลยาก และอาจสร้างความกังวลและตกใจได้ การที่จะเข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ เพราะมีประเด็นต่างๆมากมายมาเกี่ยวข้อง

ลองค่อยๆอ่านดูทีละประเด็นนะครับ

1. อย่างแรกเลยที่จะต้องทราบคือ การตรวจ Tuberculin skin test หรือ TB Skin test หรือ PPD test หรือ Mantoux test เป็นการพูดถึงการตรวจอย่างเดียวกัน แต่เรียกได้หลายชื่ออาจทำให้สับสนได้ แต่ขอให้เข้าใจว่าชื่อ test ต่างๆนั้นหมายถึงเรื่องเดียวกัน และในที่นี่เราจะใช้ว่า Tuberculin skin test

2. การตรวจ Tuberculin skin test เป็นการตรวจปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อเชื้อวัณโรค ทำได้โดยการฉีดเศษของเชื้อวัณโรคเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อทดสอบว่าร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อวัณโรคนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าร่างกายมีการต่อต้านมาก ก็จะเกิดการบวมอักเสบขึ้นมา โดยทั่วไปถือว่า ถ้ามีรอยนูนมากกว่า 10 mm ถือว่าการทดสอบให้ผลบวก (Tuberculin skin test – Positive) แสดงว่าคนคนนั้นน่าจะเคยสัมผัสเชื้อวัณโรค ทำให้มีปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นมาให้เราเห็น ตรงนี้ต้องขอพูดอีกทีนะครับว่า การที่มีผลบวกแปลว่า เคยสัมผัสเชื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นวัณโรค

การตรวจ Tuberculin skin test

(Public domain photo: CDC’s Public Health Image Library)

3. ประเทศไทยหรือประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของวัณโรคอยู่มาก ดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงสามารถสัมผัสเชื้อวัณโรคได้บ่อยตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีคนอยู่กันอย่างหนาแน่น เพราะเชื้อวัณโรคแพร่กระจายได้ทางอากาศ แต่การที่คนเราสัมผัสโรคไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเสมอไป ถ้าร่างกายแข็งแรง มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ร่างกายไม่แข็งแรง เมื่อสัมผัสเชื้อแล้ว ร่างกายไม่สามารถต่อสู้ได้ ทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้เกิดวัณโรคขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการไข้ . . . → Read More: การตรวจคัดกรองวัณโรค Tuberculin skin test (TB skin test)

ทำไมคลินิกจึงไม่จัด Package วัคซีน ที่สมควรฉีดก่อนเดินทางไปยังประเทศต่างๆ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคลินิกนักท่องเที่ยวของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ถึงไม่จัด package ในการฉีดวัคซีนเพื่อไปยังประเทศต่างๆ โดยบอกให้ชัดเลยไปเลยว่า ถ้าใครจะเดินทางไปประเทศนั้นประเทศนี้ น่าจะฉีดวัคซีนอะไรบ้าง กี่ตัว และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเท่าไร การทำแบบนี้ไม่เห็นยากเลย และผู้มารับบริการจะได้เห็นและได้เข้าใจชัดเจนทาง website ไปเลย เช่น ว่าถ้าจะไปเที่ยวที่อินเดีย น่าจะฉีดวัคซีน A, B, C และถ้าจะไปบราซิล น่าจะฉีดวัคซีน X,Y,Z ฯลฯ และบอกราคารวมมาเลยจะได้รู้ทีเดียว และน่าจะมีส่วนลดด้วยนะถ้าฉีดครบทั้ง 3 ตัว ดังเช่นตารางตัวอย่างด้านล่าง

Recommended vaccine for India Cost Vaccine A 300 Baht Vaccine B 700 Baht Vaccine C 1,200 Baht Package (A+B+C) 2,000 Baht (Save 200)

แม้ว่าตัวอย่างตามตารางข้างบนจะเข้าใจง่าย และมีส่วนลดชัดเจน แต่สำหรับคลินิกนักท่องเที่ยว โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนจะไม่ทำอย่างนั้นครับ ซึ่งเหตุผลอาจจะเข้าใจยากสักหน่อยสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับคนที่เคยมาคลินิกนักท่องเที่ยว ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนแล้วก็คงนึกภาพออกมาทำไม ลองมาดูเหตุผลด้วยกันครับ

1. วัคซีนที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวแต่ละคน จะไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะไปเที่ยวที่เดียวกันก็ตาม เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาครับ โดยแพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงในการติดเชื้อของโรคแต่ละชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น สถานที่ที่จะไป ระยะเวลาที่จะไป กิจกรรมที่จะไปทำ สถานที่พักแรม และลักษณะการเดินทางท่องเที่ยว เช่นไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์หรือไปแบบ backpacker ความเสี่ยงเหล่านี้จะแตกต่างกันออกไปแม้ว่าจะไปประเทศเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น นาย ก. จะเดินทางไปอินเดีย ไปไหว้พระที่สังเวชนียสถาน โดยไปกับทัวร์ ใช้เวลาสัก 7 วัน อาจจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอะไรเลยก็ได้ ถ้าเขาได้รับวัคซีนพื้นฐานครบตั้งแต่เด็ก และมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบเอ แล้ว ตรงกันข้ามกันนายข. ถ้าจะไปเที่ยวอินเดียเหมือนกันแต่ไปนานเป็นเดือน ไปเที่ยวในหลายแคว้น และจะไปแบบ backpacker นอน guest house กินอาหารเหมือนชาวบ้าน นายข.จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคบางอย่างมากกว่า อาจต้องฉีดวัคซีนมากกว่านายก. นอกจากนี้ประวัติส่วนตัวของนายก. . . . → Read More: ทำไมคลินิกจึงไม่จัด Package วัคซีน ที่สมควรฉีดก่อนเดินทางไปยังประเทศต่างๆ

ไปบราซิล เปรู ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม

คำถามนี้จัดเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนจะเดินทางไปประเทศบราซิลและเปรู ซึ่งหลายคนได้พยายามหาข้อมูล search ดู ใน internet หรือได้โทรติดต่อสอบถามหลายที่ เช่น สถานทูต บริษัททัวร์ สายการบิน และอาจได้คำตอบที่ยังดูสับสน เช่น ไม่ต้องฉีดหรอก ไปได้เลยเขาไม่ตรวจหรอก หรือบางคนก็บอกว่า ต้องฉีดนะ เพราะเดี๋ยวจะเข้าประเทศไม่ได้ หรือบอกคนบอกว่า เคยไปแล้ว ฉีดไปก่อนด้วย แต่พอไปจริงๆแล้วก็ไม่มีใครตรวจ ต่อไปคงไม่ต้องฉีดหรอก ฯลฯ การจะเข้าใจเรื่องนี้ให้กระจ่างอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะเกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงทางการแพทย์ รวมถึงข้อกำหนดและกฎหมายหลายอย่าง ใครยังไม่ได้อ่าน ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับไข้เหลืองและสมุดรับรองการฉีดวัคซีน ขอแนะนำให้อ่านก่อนครับ เพราะเป็นพื้นฐานจะให้เข้าใจเรื่องนี้ได้กระจ่างขึ้น

ใครที่ไม่อยากอ่านรายละเอียด ต้องการรู้แค่คำตอบว่าจะไปบราซิลหรือเปรูต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม คำตอบสั้นๆในทางปฏิบัติคือ “ต้องครับ” นักท่องเที่ยวควรไปพบแพทย์เพื่อขอฉีดวัคซีนและขอสมุดรับรองการฉีดวัคซีนด้วยก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน (ถ้ามีข้อห้ามในการฉีดวัคซีน เช่น เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆไป)

ถ้าตอบง่ายๆได้เช่นนั้น ทำไมคำตอบที่ได้จากหลายๆที่จึงแตกต่างกัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ

1. แม้ว่าประเทศบราซิล เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดโรคไข้เหลือง แต่ไม่ได้มีการระบาดในทุกพื้นที่ บางพื้นที่โดยเฉพาะตามเมืองริมฝั่งมหาสมุทร เช่น ริโอ เดอจานาโร (Rio de Janeiro) หรือ เซาเปาโล (Sao Paulo) ไม่มีไข้เหลืองระบาด ดังนั้นแปลว่า ถ้าเราไปเที่ยวแค่เมือง 2 เมืองนี้ เราจะไม่เสี่ยงต่อการติดโรคไข้เหลือง การไปเที่ยวเปรูก็เหมือนกัน ถ้าเดินทางไปเฉพาะเมือง Lima, Cusco หรือไปเที่ยวแค่ Machu Picchu พื้นที่เหล่านี้ไม่มีไข้เหลืองครับ ในทางการแพทย์จึงไม่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีน เพราะที่ที่เราจะไปไม่มีโรคนั่นเอง

ลองดูจากแผนที่ข้างล่างครับ พื้นที่ที่มีสีเหลืองเป็นพื้นที่ที่มีโรคไข้เหลืองระบาดครับ

2. คนไทยส่วนใหญ่เมื่อไปเที่ยวบราซิล จะไปเที่ยวหลายเมือง เช่น หลายคนอาจจะไปเมือง Manaus ซึ่งเป็นเมืองที่จะเที่ยวแม่น้ำอเมซอน ดูปลาปิรันย่า และส่วนใหญ่มักจะไปเที่ยวน้ำตกอีกัวซู (Iguassu falls) ด้วย จะเห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 2 แห่งอยู่ในพื้นที่สีเหลือง ซึ่งมีการระบาดของโรคไข้เหลือง จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองครับ . . . → Read More: ไปบราซิล เปรู ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม