กินโมจิญี่ปุ่น ระวังติดคอ: เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบันมีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ และเวลาเราไปเที่ยวก็มักจะชอบกินอาหารและขนมของญี่ปุ่น แต่เชื่อไหมครับ อาหารหรือขนมญี่ปุ่นที่ดูน่ากินไม่มีพิษมีภัย เช่น โมจิ กลับมีความเสี่ยงอย่างที่เราคาดไม่ถึง ถ้าเราประมาทหรือไม่ได้ระวัง ข้อมูลจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า ทุกๆปีจะมีคนจำนวนมากกินขนมชนิดนี้แล้วติดคอ และบางรายถึงกับเสียชีวิตจากการกินขนมนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย 

วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องนี้ครับ

1. ทำไมกินโมจิแล้วต้องระวังติดคอ 

จริงๆอาหารหรือขนมทุกชนิดสามารถทำให้ติดคอได้ ซึ่งถ้าติดคอ สำลักนิดหน่อย แล้วไอหรือกลืนเข้าไปได้ก็ไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่เรากลัวที่สุดคือ กินอาหารแล้วอาหารพลัดตกเข้าไปอุดที่ทางเดินหายใจหรือหลอดลม แล้วเอาออกไม่ได้ ทำให้หายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้ ดังนั้นตั้งแต่พวกเราเป็นเด็กคงเคยจำกันได้ ผู้ใหญ่มักจะเตือนเสมอว่า เวลากินอะไรต้องระวัง อย่าพูดไปกินไป อย่าหัวเราะ  อาจจะสำลัก จะติดคอได้  และอาหารบางอย่างก็จะสำลักง่าย เช่น เม็ดผลไม้ โดยเฉพาะเม็ดน้อยหน่า ละมุด ต้องระวังในการเคี้ยวและกินเสมอ

คราวนี้เรามาพูดกันถึงโมจิญี่ปุ่น  จริงๆโมจิคือก้อนแป้งข้าวเหนียวที่ผ่านกรรมวิธีแล้ว ซึ่งสามารถทำมาเป็นขนมหรืออาหารได้หลายชนิด ส่วนใหญ่ที่เราเห็นเวลาไปเที่ยวคือ เป็นก้อนขนมสีสันต่างๆ อาจจะมีไส้ หรือไม่มีไส้ก็ได้ โดยไส้อาจจะเป็นไส้ถั่วแดง หรือไส้ชาเขียว หรือแป้งโมจิเองสามารถนำไปใส่ซุปถั่วแดง หรืออาหารบางอย่าง กินแบบร้อนๆก็ได้ ลักษณะที่สำคัญของโมจิคือ จะเป็นก้อนมีความเหนียว หยุ่นๆ และเคี้ยวยาก เวลากลืนก็จะยากโดยเฉพาะถ้ากินคำใหญ่ๆ และรีบร้อนกลืนเข้าไปอาจจะติดคอได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาการกลืนอยู่แล้ว หรือในเด็ก อาจจะไม่ระวังทำให้ติดคอได้

ขนมไดฟูกุที่เปลือกนอกทำมาจากแป้งข้าวเหนียว

ขนมอีกอย่างหนึ่งที่เมืองไทยเราก็มีขาย คือไดฟูกุ จะมีลักษณะคล้ายโมจิ แต่มักจะมีไส้ แป้งด้านนอกจะทำมาจากแป้งข้าวเหนียว ซึ่งมีความเหนียว และหยุ่นๆ เวลาเคี้ยวจะหนึบๆเคียวยาก ก็ต้องระวังครับ เพราะอาจทำให้ติดคอได้ ถ้าไม่ระวัง หรือเคี้ยวชิ้นใหญ่เกินไป

แต่มีขนมอีกแบบที่เมืองไทยเราเรียกว่า “ขนมโมจิ” โดยเฉพาะโมจิ นครสวรรค์ แม้ว่าชื่อจะพ้องกับโมจิญี่ปุ่น แต่เป็นขนมคนละชนิดครับ โมจินครสวรรค์บ้านเราจะไม่เหนียว หนุบๆ และจะไม่ค่อยติดคอง่ายเหมือนโมจิญี่ปุ่น

2. มีคนตายจากการกินโมจิจริงหรือ

จริงครับ ทุกๆปี ที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะในช่วงปีใหม่จะมีคนที่ถูกส่งโรงพยาบาลเพราะโมจิติดคออยู่เป็นจำนวนมาก จนทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องออกคำเตือนในการกินอาหารประเภทโมจิ ลองดูจาก graph ข้างล่างแสดงคนที่ถูกส่งโรงพยาบาลเพราะอาหารติดคอในแต่ละเดือน จะเห็นว่าเดือนมกราคมมีคนถูกส่งโรงพยาบาลมากที่สุด เดือนเดียวมีถึง 200 กว่าคน เพราะเป็นประเพณีของคนญี่ปุ่นเวลาปีใหม่ต้องกินอาหารประเภทโมจิซึ่งถือเป็นอาหารมงคล

และลองสังเกตรูปด้านล่างนะครับ อาหารในจานเป็นแป้งข้าวเหนียวมีความเหนียวและยืดมาก ในผู้สูงอายุถ้ากัดคำโตๆ และเคี้ยวไม่ดีเข้าไปอาจสำลักหรือติดคอได้  ดังนั้นไม่ควรกินคำใหญ่ๆ ควรจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆแล้วค่อยเคี้ยวและกลืน และต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุ

คำเตือนให้ระวังการกินอาหารแล้วติดคอจากหน่วยงานทางการของญี่ปุ่น1

และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา คุณหมอ Shimpei Nagata จาก Department of Emergency Medicine, Osaka Police Hospital ได้รายงานคนไข้ที่เกิดทางเดินหายใจอุดตันจากกินโมจิ 3 คน ซึ่งแพทย์พยายามช่วยชีวิต โดยเอาเศษขนมออกจากหลอดลม แต่เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนนานไป ทำให้ไม่สามารถช่วยได้ทัน โดยเสียชีวิต 2 คน อีกคนมีภาวะสมองพิการ ลองดูรูปด้านล่างครับ เป็นรูปจากการส่องกล้องไปที่หลอดลมจะเห็นเศษขนมอุดตันอยู่ ซึ่งการเอาออกก็ไม่ใช่ของง่าย เพราะโมจิมีลักษณะที่เหนียวมาก 

ภาพจากการส่องกล้องที่หลอดลม แสดงเศษขนมโมจิที่อุดตันทางเดินหายใจ2

 

3. ถ้ากินแล้วเกิดติดคอ หายใจไม่ออกต้องทำอย่างไรดี 

ภาวะมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ แล้วไปอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบปฐมพยาบาลครับ ซึ่งต้องแยกจากการสำลักหรือติดคอที่ไม่รุนแรง หรือติดคอแต่ไม่ได้อุดกั้นทางเดินหายใจ ยังพูดและหายใจได้ 

โดยถ้าเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจรุนแรง อาการจะเกิดขึ้นทันทีระหว่างการกินอาหาร ผู้ป่วยจะมีพูดไม่มีเสียง เอามือกุมที่ลำคอ กระสับกระส่าย หายใจติดขัด เหล่านี้เป็นอาการที่รุนแรงต้องรีบช่วย แนะนำให้ศึกษาวิธีการช่วยอย่างถูกต้อง ซึ่งจริงๆนับว่าทักษะการช่วยชีวิต CPR หรือช่วยคนในภาวะทางเดินหายใจอุดตันเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรทำได้ แต่ต้องศึกษาให้เข้าใจ เพราะถ้าช่วยไม่ถูกวิธีจะเกิดอันตรายได้ ซึ่งปัจจุบันเราโชคดีที่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือบน Internet มากมายให้เราศึกษา

ลองดูตัวอย่างจาก clip นี้ จากภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

4. จะป้องกันการติดคอจากการกินโมจิได้อย่างไร 

อย่างแรกเลยต้องระวังครับ เวลากินอาหารที่จะทำให้ติดคอง่าย เช่น เป็นแป้งเหนียวๆ กัดให้ขาดยาก ต้องมีสติเวลากิน อย่ากินทั้งชิ้น ให้พยายามตัดแบ่งเสมอ และต้องระวังมากๆในผู้สูงอายุ อาจมีปัญหาในการกลืนอยู่แล้ว รวมถึงในเด็กก็ต้องระวังมากๆครับ  และถ้าเป็นไปได้ เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นกับผู้สูงอายุไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อแม่ ปู่ยา ตา ยาย ช่วยดูอาหารหรือของที่ท่านเหล่านั้นซื้อกินก็ดีครับ ถ้าดูเหนียวมากไม่ค่อยดี แนะนำอย่าให้กินเลยจะดีกว่า เพราะติดคอแล้วจะลำบาก

ก่อนจบบทความนี้ขอฝากไว้ครับว่า เราสามารถไปเที่ยวที่ต่างๆทั่วโลกได้อย่างมีความสุข เพียงแค่ระมัดระวัง ศึกษาข้อมูล และเตรียมตัวด้านสุขภาพสักนิดก่อนการเดินทาง จะเที่ยวได้อย่างสนุกและปลอดภัย

เอกสารอ้างอิง

  1. The Tokyo Fire Department. Available at URL: http://www.tfd.metro.tokyo.jp/lfe/topics/stop/old_03.pdf
  2. International Journal of Emergency Medicine 2018. Airway obstruction due to sticky rice cake (mochi): a case series and review of the literature.  Available at URL: https://doi.org/10.1186/s12245-018-0194-7
  3. BBC News. Delicious but deadly mochi: The Japanese rice cakes that kill. Available from URL: https://www.bbc.com/news/world-asia-42537953

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>